Black Ribbon
Get Adobe Flash player

การประกาศข่าวดีในยุคปัจจุบัน

 

ยุวธรรมทูตแคนาดาช่วยไทย

 

การช่วยเหลือของpmsให้ประเทศไทย

 

สถิติการเยี่ยมชม

02691595
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
2235
2052
14459
1286322
53054
92882
2691595
Your IP: 54.198.71.184
2017-08-17 12:49

สารสมเด็จพระสันตปาปาฟรังซิส
ในโอกาสวันแพร่ธรรมสากล ประจำปี 2017
“การแพร่ธรรม หัวใจ ความเชื่อคริสตชน”
(Mission at the heart of the Christian faith)

พี่น้องชาย-หญิงที่รัก
       วันแพร่ธรรมสากลปีนี้เป็นอีกครั้งหนึ่งที่รวมเราไว้รอบๆพระบุคคลของพระเยซูเจ้า “ทรงเป็นผู้ประกาศพระวรสารพระองค์แรกและสำคัญที่สุด” (สมเด็จพระสันตะปาปา เปาโล ที่ 6: EN 7) ผู้ทรงส่งเราไปประกาศข่าวดีแห่งความรักของพระเจ้า พระบิดา ด้วยพระอานุภาพของพระจิตเจ้าเรื่อยมา วันนี้เชิญชวนเราให้ไตร่ตรองอีกครั้งถึง “การแพร่ธรรม หัวใจ ความเชื่อคริสตชน” พระศาสนจักรมีธรรมชาติเป็นธรรมทูต มิฉะนั้นพระศาสนจักรก็จะไม่เป็นพระศาสนจักรของพระคริสตเจ้าอีกต่อไป แต่เป็นแค่กลุ่มที่เหมือนกับกลุ่มอื่นๆที่ในไม่ช้าเมื่อบรรลุวัตถุประสงค์แล้วก็ผ่านไป ดังนั้นจึงจำเป็นที่เราต้องถามตนเองด้วยคำถามบางประการที่เกี่ยวกับเอกลักษณ์ของคริสตชน และความรับผิดชอบของเราในฐานะผู้มีความเชื่อในโลกที่เต็มไปด้วยความสับสน ความผิดหวัง ความท้อแท้ และการทรมานจิตใจจากสงคราม การฆ่าพี่น้องจำนวนมหาศาลที่ผู้บริสุทธิ์เป็นเป้าหมายอย่างอยุติธรรม พันธกิจพื้นฐานของเราคืออะไร? หัวใจสำคัญของพันธกิจของเราคืออะไร? วิธีการที่จำเป็นที่เราต้องใช้ในการปฏิบัติพันธกิจของเราคืออะไร? :::: DOWNLOAD ::::

 

พันธกิจและพลังการเปลี่ยนแปลงของพระวรสารของพระคริสตเจ้า ผู้ทรงเป็น หนทาง ความจริง และชีวิต
1.    พลังแห่งการเปลี่ยนแปลงของพระวรสารเป็นพันธกิจของพระศาสนจักรที่มีต่อชาย-หญิงที่มีน้ำใจดีทุกคน พระวรสารเป็นข่าวดีที่เปี่ยมไปด้วยความปีติยินดี เนื่องด้วยบรรจุและมอบชีวิตใหม่ เป็นชีวิตของพระคริสตเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพ ผู้ทรงมอบชีวิตของพระองค์ในพระจิตเจ้า กลายเป็น หนทาง ความจริง และชีวิตสำหรับเรา (เทียบ ยน 14:6) พระองค์ทรงเป็นหนทาง ผู้ทรงเชื้อเชิญเราให้ติดตามพระองค์ด้วยความเชื่อมั่นและกล้าหาญ ในการติดตามพระเยซูเจ้า ผู้ทรงเป็นหนทาง ของเรา เราได้พบ ความจริง และได้รับ ชีวิต ของพระองค์ ซึ่งเป็นความสมบูรณ์ของความสนิทสัมพันธ์กับพระเจ้า พระบิดา ในพระอานุภาพของพระจิตเจ้า ชีวิตนี้ทำให้เราเป็นอิสระจากความเห็นแก่ตัวทุกชนิด และเป็นบ่อเกิดแห่งความสร้างสรรค์ในความรัก

2.    พระเจ้า พระบิดาทรงปรารถนาให้การเปลี่ยนแปลงนี้ดำรงอยู่ในบุตรชาย-หญิงของพระองค์ การเปลี่ยนแปลงซึ่งแสดงออกด้วยการนมัสการในพระจิตเจ้าและตามความจริง (เทียบ ยน 4:23-24) ผ่านทางชีวิตที่มีพระจิตเจ้าทรงนำทางในการเลียนแบบอย่างของพระเยซูเจ้า พระบุตรผู้ทรงรับพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า พระบิดา “พระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้าเป็นมนุษย์ผู้มีชีวิต” (อีเรเนอุส Adversus Heareses IV, 20, 7) ดังนั้นการเทศน์สอนพระวรสารจึงกลายเป็นวาจาที่มีชีวิตและมีประสิทธิภาพ ซึ่งสัมฤทธิ์ผลในสิ่งที่ประกาศ (เทียบ อสย 55:10-11) พระเยซูคริสตเจ้า ผู้ทรงรับธรรมชาติมนุษย์อย่างต่อเนื่องในทุกสถานการณ์ของมนุษย์(เทียบ ยน 1:14)

พันธกิจและเวลาแห่งพระพรของพระคริสตเจ้า
3.    ดังนั้น พันธกิจของพระศาสนจักรไม่ใช่การเผยแผ่อุดมการณ์ทางศาสนา หรือการนำเสนอจริยธรรมอันสูงส่ง มีขบวนการมากมายในโลกที่ให้แรงบันดาลใจต่ออุดมการณ์อันสูงส่งหรือวิธีการดำเนินชีวิตให้มีความหมาย โดยผ่านทางพันธกิจของพระศาสนจักร พระเยซูคริสตเจ้าเองยังทรงประกาศข่าวดีและปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นพันธกิจของพระศาสนจักรคือการนำเสนอประวัติศาสตร์ของเวลาแห่งพระพร  เวลาที่โปรดปรานของการช่วยให้รอดพ้น โดยทางการประกาศพระวรสาร พระเยซูผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพทรงกลายเป็นผู้ร่วมสมัยกับเรา เพื่อว่าผู้ที่ต้อนรับพระองค์ด้วยความเชื่อและความรักสามารถประสบกับพลังการเปลี่ยนแปลงของพระจิตเจ้า ผู้ทรงทำให้มนุษยชาติและสิ่งสร้างเกิดผล เหมือนฝนที่ทำให้แผ่นดินบังเกิดผล “การกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์มิได้เป็นเหตุการณ์ในอดีต แต่มีพลังชีวิตที่ซึมซาบอยู่ในโลก ณ ที่ทุกสิ่งดูเหมือนตายแล้ว เครื่องหมายแห่งการกลับคืนชีพกลับค่อยๆ ปรากฏขึ้นอีกครั้ง เป็นพลังที่ไม่มีสิ่งใดเทียบเคียงได้”(EG 276)

4.    เราต้องไม่ลืมว่า “การที่เราเป็นคริสตชนไม่ใช่เพราะผลแห่งการเลือกหรือเพราะความคิดเลอเลิศของเรา แต่เป็นการสัมพันธ์กับเหตุการณ์ หรือบุคคล ที่ให้ขอบฟ้าใหม่ของชีวิต และแนวทางในการตัดสินใจที่ถูกต้อง” (พระเจ้าคือความรัก 1) ข่าวดีคือพระบุคคลผู้ทรงมอบพระองค์เองอย่างต่อเนื่องและทรงเชิญชวนตลอดเวลาให้ผู้ที่รับพระองค์ด้วยความถ่อมตนและความเชื่อทางศาสนา ให้แบ่งปันชีวิตของพระองค์ด้วยการมีส่วนร่วมอย่างมีประสิทธิภาพในธรรมล้ำลึกปัสกาแห่งการสิ้นพระชนม์และกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์ โดยทางศีลล้างบาป ข่าวดีกลายเป็นจุดกำเนิดของชีวิตใหม่ ได้รับการปลดปล่อยจากอำนาจของบาป ได้รับความสว่างและเปลี่ยนแปลงโดยพระจิตเจ้า โดยทางศีลกำลัง ข่าวดีกลายเป็นการเสริมกำลังการเจิม ซึ่งโดยทางพระจิตเจ้าองค์เดียวกันนี้ทรงชี้หนทางใหม่ และกลยุทธ์สำหรับการเป็นประจักษ์พยานและการก้าวเดินไปด้วยกัน โดยทางศีลมหาสนิท ข่าวดีกลายเป็นอาหารสำหรับชีวิตใหม่ เป็น “ยาอมตะ” (อิกญาซีโอ แห่ง อันทิโอค Ad Ephesios 20,2)

5.    จำเป็นอย่างยิ่งที่โลกต้องการข่าวดีของพระเยซูคริสตเจ้า โดยทางพระศาสนจักร พระคริสตเจ้าเจ้าทรงสานต่อพันธกิจของพระองค์อย่างต่อเนื่อง เหมือนกับชาวสะมาเรียใจดี ดูแลบาดแผลที่มีเลือดไหลของมนุษยชาติ และดังเช่นผู้เลี้ยงแกะที่ดี แสวงหาผู้ที่เดินหลงทางอยู่ในทางที่วกวนซึ่งนำไปโดยไม่มีเป้าหมาย ขอโมทนาพระคุณพระเจ้า ที่ประทานประสบการณ์ที่สำคัญหลายอย่างอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นประจักษ์พยานถึงพลังของการเปลี่ยนแปลงของข่าวดี ข้าพเจ้าคิดถึงการท่าทีของนักเรียนของดินก้า ผู้ได้อุทศชีวิตของเขาเพื่อปกป้องนักเรียนคนหนึ่งจากศัตรูชนเผ่านูร์ที่ต้องการฆ่าเขา ข้าพเจ้าคิดว่าการถวายพิธีบูชาขอบพระคุณที่คิทกัม ทางตอนเหนือของประเทศอูกันดา ในที่ซึ่งหลังจากการถูกสังหารหมู่อย่างโหดร้ายจากกลุ่มกบฏ ธรรมทูตท่านหนึ่งให้ประชาชนพูดซ้ำพระวาจาของพระเยซูเจ้าที่ตรัสบนกางเขนว่า “ข้าแต่พระเจ้า ข้าแต่พระเจ้า ทำไมพระองค์จึงทรงทอดทิ้งข้าพเจ้าเล่า”(มธ 15:34) เป็นการแสดงออกถึงการร้องไห้อย่างสิ้นหวังของพี่น้องชาย-หญิงขององค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงถูกตรึงบนไม้กางเขน สำหรับพวกเขาพิธีบูชาขอบพระคุณครั้งนั้นเป็นแหล่งที่มาอันยิ่งใหญ่ของการปลอบโยนและความกล้าหาญ เราสามารถคิดถึงประจักษ์พยานมากมายที่ข่าวดีช่วยให้สามารถเอาชนะความใจแคบ ความขัดแย้ง ลัทธิเหยียดผิว เผ่านิยม และส่งเสริมข่าวดีในทุกที่ ในระหว่างทุกคน การคืนดี ความเป็นพี่น้อง และการแบ่งปัน

พันธกิจให้แรงบันดาลใจชีวิตฝ่ายจิตของการอพยพ การจาริกแสวงบุญ และการเนรเทศอย่างสม่ำเสมอ
6.    พันธกิจของพระศาสนจักรมีชีวิตชีวาขึ้นจากชีวิตฝ่ายจิตของการอพยพอยู่เสมอ เราถูกท้าทาย “ให้ออกจากความสะดวกสบายปลอดภัยของตนเอง และมีความกล้าหาญที่จะไปยังทุกพื้นที่ที่ต้องการแสงสว่างแห่งข่าวดี”(EG 20) พันธกิจของพระศาสนจักรผลักดันเราให้จาริกแสวงบุญอยู่เสมอข้ามทะเลทรายแห่งชีวิตที่หลากหลาย ผ่านทางประสบการณ์ที่แตกต่างกันของผู้หิวโหยและกระหายความจริงและความยุติธรรม พันธกิจของพระศาสนจักรให้แรงบันดาลด้านการเนรเทศอยู่เสมอ  เพื่อทำให้เราตระหนักถึงความกระหายอย่างไม่สิ้นสุด ว่าเรากำลังเดินทางในถิ่นเนรเทศเพื่อไปสู่บ้านแท้ของเรา การปรับตัวระหว่างการ “มาถึงแล้ว” และ “ยังมาไม่ถึง” ของพระอาณาจักรสวรรค์

7.    งานธรรมทูตเตือนพระศาสนจักรว่า พระศาสนจักรมิได้เป็นเป้าโดยตนเอง แต่เป็นเครื่องมือที่ต่ำต้อยและเป็นสื่อกลางของพระอาณาจักร พระศาสนจักรที่อ้างถึงตนเอง อ้างความสำเร็จอย่างทางโลก มิใช่พระศาสนจักรของพระคริสตเจ้าที่ถูกตรึงกางเขนและพระกายอันรุ่งโรจน์ของพระองค์ นี่คือเหตุผลที่เราควรเลือก “พระศาสนจักรที่ต้องประสบอุบัติเหตุ บาดเจ็บและสกปรก เพราะออกไปสู่ถนนหนทางภายนอกมากกว่าพระศาสนจักรที่เจ็บป่วยเพราะปิดขังตนเอง และอยู่ในความสะดวกสบายที่ยึดติดกับความมั่นคงปลอดภัยของตัวเอง”(EG 4)

เยาวชน ความหวังของพันธกิจ
8.    เยาวชนเป็นความหวังของพันธกิจ พระบุคคลของพระเยซูคริสตเจ้าและข่าวดีที่พระองค์ทรงประกาศดึงดูดคนหนุ่มสาวอย่างต่อเนื่อง พวกเขาแสวงหาหนทางที่จะอุทิศตนเองด้วยความกล้าหาญและความกระตือรือร้นเพื่อรับใช้มนุษยชาติ “มีเยาวชนจำนวนมากเสนอตัวให้ความช่วยเหลือเป็นอาสาสมัครรูปแบบต่างๆ หลายคนมีส่วนร่วมในชีวิตของพระศาสนจักร ให้ชีวิตชีวาแก่กลุ่มงานรับใช้ต่างๆ และริเริ่มงานธรรมทูตในสังฆมณฑล หรือในสถานที่อื่นๆ นับเป็นความงดงามที่จะให้บรรดาเยาวชนเป็น “ผู้จาริกทางความเชื่อ” มีความสุขที่จะนำพระเยซูเจ้าไปตามท้องถนน ตามสี่แยก และในทุกมุมโลก”(EG 106) การประชุมสมัชชาพระสังฆราชครั้งต่อไปในปี 2018 ในหัวข้อ “คนหนุ่มสาว ความเชื่อ และการไตร่ตรองทางเลือกกระแสเรียก”  เป็นโอกาสพิเศษให้ผู้มีส่วนร่วมที่เกี่ยวข้องกับคนหนุ่มสาวได้แบ่งปันความรับผิดชอบงานธรรมทูต ซึ่งต้องการความมั่งคั่งทางพลังความนึกคิดและความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขา

การให้บริการของสมณองค์กรสนับสนุนงานแพร่ธรรม(PMS)
9.    สมณองค์กรสนับสนุนการแพร่ธรรมเป็นเครื่องมืออันทรงคุณค่าของการกระตุ้นทุกชุมชนคริสตชน ให้มีความปรารถนาที่จะเข้าถึงสิ่งที่เกินขอบเขตและความมั่นคงของตนเอง เพื่อที่จะประกาศข่าวดีแก่ทุกคนขอขอบคุณพวกเขาสำหรับชีวิตฝ่ายจิตแห่งการเป็นธรรมทูตที่ลึกซึ้ง ที่ได้หล่อเลี้ยงทุกวัน และความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการเพิ่มความตระหนักและความกระตือรือร้นในการเป็นธรรมทูตให้กับบรรดาคนหนุ่มสาว ผู้ใหญ่ ครอบครัว พระสงฆ์ พระสังฆราช และนักบวชชาย-หญิง ให้ทำงานเพื่อพัฒนาหัวใจการเป็นธรรมทูตในทุกคน การที่สมณกระทรวงเผยแพร่ความเชื่อได้ส่งเสริมวันแพร่ธรรมสากล จึงเป็นโอกาสดีที่ทำให้หัวใจธรรมทูตของชุมชน คริสตชนเข้าร่วมด้วยการสวดภาวนา เป็นประจักษ์พยานด้วยชีวิต เป็นหนึ่งเดียวกันในทรัพย์สิน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการอย่างมากมายและเร่งด่วนในการประกาศพระวรสาร

ปฏิบัติพันธกิจของเรากับพระนางมารีย์ มารดาแห่งการประกาศพระวรสาร
10.    พี่น้องชาย-หญิงที่รัก ในการกระทำพันธกิจของเรา ให้เราได้รับแรงบันดาลใจจากพระนางมารีย์ มารดาแห่งการประกาศพระวรสาร โดยการนำของพระจิตเจ้า พระนางทรงรับพระวจนาถแห่งชีวิตด้วยความถ่อมตนของความเชื่ออันลึกซึ้ง ขอพระมารดาพรหมจารี โปรดช่วยข้าพเจ้าทั้งหลายให้กล่าว “ใช่” ด้วยความตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการทำให้ข่าวดีของพระเยซูเจ้าดังก้องในยุคสมัยของเรา ขอพระแม่โปรดให้เรามีความกระตือรือร้นขึ้นใหม่ในการนำข่าวดีแห่งชีวิตที่ได้รับชัยชนะเหนือความตายไปให้ทุกคน ขอพระแม่โปรดทรงวอนขอ เพื่อเราจะได้สามารถได้รับความกล้าหาญอันศักดิ์สิทธิ์ที่จำเป็นเพื่อจะได้ค้นพบวิธีการใหม่ๆที่จะนำพระพรแห่งการช่วยให้รอดพ้นไปสู่ชาย-หญิงทุกคน                                                         

 สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส

4 มิถุนายน 2017  นครรัฐวาติกัน
สมโภชพระจิตเจ้า

 

คู่มืออบรมปี 2017

คู่มืออบรมยุวธรรมทูต 2017

150 ปี เปาลีน จารีโค

150 ปี มารีย์ เปาลีน จารีโค

ยุวธรรมทูต BKK

ยุวธรรมทูต BKK

LINKS

http://www.catholicmission.org.au/http://www.missionsocieties.ca/www.pms-phil.orgwww.missio.org.mthttp://www.obrasmisionalespontificias.es/คณะธรรมทูตไทย

page ยุวธรรมทูตกรุงเทพฯ

page แผนกงานธรรมทูตฯจันทบุรี

page ยุวธรรมทูตสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี