Get Adobe Flash player

VIDEO UFFICIALE EMMOCT2019

ยุวธรรมทูตแคนาดาช่วยไทย

 

การช่วยเหลือของpmsให้ประเทศไทย

 

สถิติการเยี่ยมชม

05006068
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
5113
7035
12148
3572902
139016
170587
5006068
Your IP: 3.84.186.122
2019-01-21 21:11

Merry Christmas & Happy New Year

Merry Christmas & Happy New Year

บทที่ 13 ศาสนจักรสัมพันธ์บทที่ 13 ศาสนจักรสัมพันธ์

1.จุดประสงค์
     1. เพื่อให้สมาชิกเรียนรู้และบอกหลักคำสอนที่สำคัญ และแนวปฏิบัติของศาสนาพุทธและศาสนาอิสลามได้
     2. เพื่อให้สมาชิกให้ความเคารพต่อเพื่อนที่นับถือต่างศาสนาของตนเอง
     3. เพื่อให้สมาชิกร่วมมือกับเพื่อนต่างศาสนาในการทำกิจเมตตาอย่างน้อย 1 ประการ

การสร้างบรรยากาศ จุดประสงค์ และการรายงานการประชุมและการเงิน
    1. สร้างบรรยากาศ ด้วยการร้องเพลงของสมณองค์กรยุวธรรมทูต ชุด เพื่อนช่วยเพื่อน 1 เพลง
    2. ภาวนาเริ่มการประชุม ฝึกให้สมาชิกภาวนาด้วยท่าทีที่ถูกต้องและภาวนาอย่างตั้งใจ เช่น เชิญชวนให้ก้มศีรษะ
    3. เกริ่นนำถึงจุดประสงค์ คือสิ่งที่เราจะเรียนรู้ในวันนี้  ดังนั้นในการประชุมแต่ละครั้ง ผู้นำควรชี้ให้สมาชิกเห็นประเด็นที่สำคัญ ให้เด็ก ๆ สามารถจดจำ และนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน
    4. รายงานการประชุมและการเงิน จากการประชุมในครั้งที่ผ่านมา

2. ประสบการณ์          
  
1. ผู้นำถามสมาชิกว่าคนไทย นับถือศาสนาใดกันบ้าง สมาชิกรู้จักศาสนาอะไรบ้าง
    2. ประเทศไทยเป็นประเทศที่ให้ความเสรีในด้านการนับถือศาสนา คนไทยจึงเลือกนับถือศาสนาต่าง ๆ ได้ตามความสมัครใจ โดยประชากรส่วนมากนับถือศาสนาพุทธ ซึ่งก็ได้นับถือสืบต่อกันมาเป็นเวลาช้านาน จนกลายเป็นรากฐานของความเชื่อ วัฒนธรรม ประเพณีส่วนใหญ่ และเป็นเอกลักษณ์ของชาติในปัจจุบัน แม้ว่าจะไม่มีการบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ให้พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติก็ตาม สำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า ประชากรไทยประมาณร้อยละ 94 นับถือศาสนาพุทธ โดยส่วนใหญ่เป็นนิกายเถรวาท และประมาณร้อยละ 5 นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไทยทางภาคใต้ตอนล่าง โดยร้อยละ 99 ของมัสยิดในประเทศไทยเป็นนิกายสุหนี่ ส่วนมัสยิดนิกายชีอะห์มีเพียงร้อยละ 1 สำหรับคนไทยที่นับถือศาสนาคริสต์มีประมาณ 4 แสนกว่าคน คิดเป็นร้อยละ 0.7 ของจำนวนประชากรทั่วประเทศ มีทั้งนิกายคาทอลิก โปรเตสแตนต์ และเซเวนเดย์ แอดเวนติสต์ ส่วนชาวซิกข์มีประมาณ 70,000 คน ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและเมืองใหญ่อื่น ๆ เช่นเชียงใหม่ นครราชสีมา พัทยา และภูเก็ต มีโบสถ์ซิกข์อยู่ทั้งหมด 19 แห่งทั่วประเทศ ส่วนผู้นับถือศาสนาฮินดูมีถึงประมาณ 1 หมื่นคน นอกจากนี้ก็ยังมีผู้นับถือศาสนาและลัทธิอื่น ๆ เช่น เต๋า ขงจื้อ และยิว รวมทั้งชาวไทยภูเขาอีก 9 เผ่า จำนวนประมาณ 920,000 คน ที่นับถือศาสนาแตกต่างกันไป     (อ้างอิงจาก https://thai.tourismthailand.org/เกี่ยวกับประเทศไทย/ศาสนา  เข้าถึงวันที่ 3 เมษายน 2018)
    3. นำเสนอท่าทีของเราต่อศาสนาอื่นตามคำสอนจากกฤษฎีกา


3. คำสอนธรรมทูต  
  
    กฤษฎีกาสมัชชาใหญ่ของพระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย คริสตศักราช 2015 ข้อที่ 31 เน้นให้คริสตชนทุกคน รวมถึงเด็กและเยาวชน ได้มีทัศนคติที่ดีและเสริมสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกับพี่น้อง   ที่นับถือศาสนาต่างไปจากตนเอง ที่เรียกว่า “ศาสนสัมพันธ์”
    ทั้งนี้ เพราะว่าคริสตชนคาทอลิกทุกคนในประเทศไทย ดำเนินชีวิตอยู่ท่ามกลางพี่น้องที่นับถือศาสนาอื่น   ศาสนสัมพันธ์จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง   ดังนั้น เราต้องเป็นเครื่องหมายและเครื่องมือประกาศข่าวดี ด้วยการดำเนินชีวิตเป็นประจักษ์พยานถึงความรักและความเมตตาของพระเยซูเจ้า และปฏิบัติพันธกิจการเสวนา (ติดต่อพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น การร่วมกิจกรรม) ใช้ชีวิตด้วยความเคารพและให้เกียรติด้วยใจจริง ตามสภาพสังคมและวัฒนธรรม อันจะนำไปสู่เอกภาพ ความรัก ความจริงและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติเป็นหนทางหนึ่งที่นำไปสู่พระอาณาจักรของพระเจ้า

4. พระคัมภีร์และการไตร่ตรอง
      ให้สมาชิกศึกษาพระคัมภีร์จากหนังสือกิจการอัครสาวก (กจ. 17:22-27) เรื่อง คำปราศรัยของเปาโลต่อหน้าอภิรัฐสภา
        “เปาโลยืนอยู่ตรงกลางที่ประชุมอภิรัฐสภาพูดว่า “ชาวเอเธนส์ทั้งหลาย ข้าพเจ้าพบว่าท่านมีความเลื่อมใสในศาสนามากจริง ๆ เมื่อข้าพเจ้าเดินชมเมือง สังเกตเห็นปูชนียวัตถุต่าง ๆ ของท่าน พบแท่นบูชา     แท่นหนึ่ง มีคำจารึกว่า “แด่พระเจ้าที่เราไม่รู้จัก” ข้าพเจ้ามาประกาศให้ท่านรู้จักพระเจ้าองค์นี้ที่ท่านเคารพทั้ง ๆ ที่ท่านไม่รู้จัก พระองค์คือพระเจ้าผู้ทรงสร้างโลกและทรงสร้างทุกสิ่งที่อยู่ในโลก พระองค์ทรงเป็นเจ้านายของสวรรค์และแผ่นดิน พระองค์ไม่สถิตในวิหารที่มือมนุษย์สร้างขึ้น พระองค์ไม่ทรงต้องการการปรนนิบัติจากมือมนุษย์ประหนึ่งว่าพระองค์ทรงขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้ประทานชีวิต ลมหายใจ และทุกสิ่งให้แก่มนุษย์ทุกคน พระองค์ทรงทำให้มนุษย์ทุกชาติสืบเชื้อสายมาจากมนุษย์คนเดียว และทรงทำให้เขาทั้งหลายอยู่ทั่วพื้นแผ่นดิน โดยทรงกำหนดช่วงเวลาและขอบเขตให้เขาอยู่พระเจ้าทรงกระทำดังนี้ เพื่อให้มนุษย์แสวงหาพระเจ้าแม้จะต้องคลำหา เขาก็ยังพบพระองค์ได้ เพราะพระองค์ทรงอยู่ไม่ห่างจากเราแต่ละคน”

คำถามเพื่อการไตร่ตรอง (อาจจะยากสักนิด ผู้นำต้องช่วยให้เด็กได้ฝึกไตร่ตรองด้วย)
1) พระคัมภีร์ตอนนี้สรุปสาระสำคัญได้ว่าอย่างไร (นักบุญเปาโลประกาศข่าวดีเรื่องพระเยซูเจ้าให้ชาวเอเธนส์ได้รู้จักพระเจ้า ฐานะพระผู้สร้างสรรพสิ่ง และประกาศว่าทุกคนต่างมีเชื้อสายเดียวกัน เพื่อให้คนทั่วไปได้แสวงหาพระองค์)
2) เมื่อได้อ่านเรื่องนี้แล้วรู้สึกอย่างไร (รู้สึกได้ว่ามนุษย์ทุกคนแสวงหาที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ จึงมีเทพเจ้าต่าง ๆ หรือลัทธิศาสนาต่าง ๆ เกิดขึ้น พวกเขายังไม่รู้จักพระเจ้า จึงจำเป็นต้องมีคนแนะนำ)
3) เมื่อได้อ่านเรื่องนี้แล้วได้รับประโยชน์อะไรบ้าง (รู้วิธีเข้าหาหรือรู้จักพระเจ้า โดยไม่ต้องไปแสวงหาที่ไหน แค่ลมหายใจ ชีวิตจิตใจที่เรามี ก็ทำให้เราได้สัมผัสความรักของพระเจ้าแล้ว)
4) ถ้าไม่ได้อ่านเรื่องนี้จะมีผลเสียอย่างไรบ้าง (เราอาจไม่สนใจ หรือให้ความสำคัญกับคุณค่าของศาสนาอื่น ๆ)
5) เราแต่ละคนมีอะไรต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เป็นไปตามที่พระคัมภีร์สอนเราหรือไม่ อย่างไร (สนใจเรียนรู้สิ่งที่ดีของศาสนาอื่น ๆ ให้ความเคารพและร่วมมือกัน)
6) การเรียนรู้เรื่อง ศาสนสัมพันธ์ และการอ่านพระคัมภีร์ (กจ. 17:22-27) ทำให้เรารู้จักพระเจ้าของเรามากขึ้นอย่างไร (พระเจ้าทรงประทับอยู่กับทุกคนและในทุกศาสนา ความดีที่ซ่อนอยู่ในศาสนาต่าง ๆ เป็นเสมือนเชื้อแห่งความดีและความจริงที่ทำให้เราร่วมมือกันได้กับทุกศาสนา)


5. ชีวิตจิตธรรมทูต

ผู้นำ  นำการภาวนาสายประคำธรรมทูต โดยการสวดบทวันทามารีย์ 10 บท
1. เพื่อให้ศาสนาต่าง ๆ อยู่ร่วมกันอย่างสันติ มีความเคารพต่อกันและกัน และร่วมมือกันในการทำให้สังคมมีความสุข
2. ภาวนาตามพระประสงค์ของสมเด็จพระสันตะปาปาเพื่องานแพร่ธรรม

6. ธรรมทูตที่เป็นหนึ่งเดียวกัน (ชีวิตกลุ่ม)
1.  ให้สมาชิกได้พักสักครู่
2.  รับประทานอาหารว่างร่วมกัน (โดยผู้นำอาจเตรียมขนม นมกล่อง ไว้เพื่อแจกสมาชิก)

7. ธรรมทูตรับใช้ (ปฏิบัติ)
     1) รายงานกิจการดีที่สมาชิกแต่ละคนได้ตั้งใจกระทำ จากการพบปะในครั้งที่ผ่านมา
     2) ให้สมาชิกประชุมกันว่าจะประกาศข่าวดีด้วยการกระทำ 1 อย่าง ที่สอดคล้องกับเนื้อหาที่ได้เรียนรู้ไปและเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของเขา (ให้เลขาจดบันทึกไว้เพื่อการรายงานในการพบปะครั้งต่อไป)
     3) ให้สมาชิกถวายเงินเล็กน้อยเพื่อนำไปช่วยเหลือเด็กที่มีความยากลำบากกว่าตนเอง (เตรียมกระปุกออมสินของกลุ่มไว้เพื่อใส่เงิน)
     4) นัดหมายการพบปะครั้งต่อไป

8. ภาวนาปิด
บทภาวนาวอนขอพระพรเพื่อเข้าใจ รัก และดำเนินชีวิต ตามกฤษฎีกาสมัชชาใหญ่ฯ ค.ศ. 2015
“ศิษย์พระคริสต์เจริญชีวิตประกาศข่าวดีใหม่”

::::: Download บทภาวนา :::::

คู่มืออบรมปี 2018-2019

เอกสาร 350 ปีมิสซังสยาม

 350 ปีแห่งการสถาปนา มิสซังสยาม (ค.ศ.1669-2019)

ดาวน์โหลดกฤษฎีกาฯ2015

ดาวน์โหลดกฤษฎีกาสมัชชาใหญ่ ของพระศาสนจักรคาทอลิก ในประเทศไทย คริสตศักราช 2015

150 ปี เปาลีน จารีโค

150 ปี มารีย์ เปาลีน จารีโค

ยุวธรรมทูต BKK

ยุวธรรมทูต BKK

LINKS

http://www.catholicmission.org.au/http://www.missionsocieties.ca/www.pms-phil.orgwww.missio.org.mthttp://www.obrasmisionalespontificias.es/คณะธรรมทูตไทย

page ยุวธรรมทูตกรุงเทพฯ

page ยุวธรรมทูตสังฆมณฑลอุดรธานี

page แผนกงานธรรมทูตฯจันทบุรี

page ธรรมทูตอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง

page ยุวธรรมทูตสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี

page ธรรมทูตนิรมล จันทบุรี