Get Adobe Flash player

Extraordinary Missionary Month October 2019 : เดือนพิเศษเพื่อการประกาศพระวรสารสู่ปวงชน ตุลาคม 2019

ชุมนุมคนแพร่ธรรม 17 สิงหาคม 2017 ณ วิทยาลัยแสงธรรม

VIDEO UFFICIALE EMMOCT2019

350 Years of Gospel in Thailand

Pope Francis about the PMS

EMMOCT2019

 EXTRAORDINARY MISSIONARY MONTH OCTOBER 2019

Maximum Illud

สมณลิขิตเตือนใจ Maximum Illud

LINKS

http://www.catholicmission.org.au/http://www.missionsocieties.ca/www.pms-phil.orgwww.missio.org.mthttp://www.obrasmisionalespontificias.es/คณะธรรมทูตไทย

สถิติการเยี่ยมชม

06808392
Today
Yesterday
This Week
This Month
All days
444
3622
23453
105503
6808392
Your IP: 35.175.191.168
2019-10-17 02:56

ติดตามข่าวสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทย

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ

แถลงข่าว สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกประเทศไทย
สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จ
เยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ
แถลงข่าว สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกประเทศไทย สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จ เยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ

          ด้วยความเห็นชอบของรัฐบาลไทย ผ่านทางกระทรวงการต่างประเทศ อาร์ชบิชอปพอลชาง อิน-นัม เอกอัครสมณทูตแห่งสันตะสำนัก นครรัฐวาติกันประจำประเทศไทย และพระคาร์ดินัลฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ได้ประกาศให้ทราบว่า “สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสจะเสด็จเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ ๒๐-๒๓ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๒ ตามคำเชิญของรัฐบาลไทยและสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย กำหนดการต่างๆ ของการเสด็จเยือนดังกล่าวจะประกาศให้ทราบต่อไป”ดังที่ได้แถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ ๑๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๒ เวลา ๑๔.๐๐ น. ณ ห้องประชุมชั้น ๑๑ อาคารรวมจิตเพียรธรรม โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร สำหรับกำหนดการโดยละเอียดจะประกาศให้ทราบต่อไป

         สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงมีความโสมนัสยิ่งที่การเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยครั้งนี้ เป็นการจาริกเพื่อสันติภาพ และเพื่อการเสวนาระหว่างศาสนา พระองค์จะประกอบพิธีมิสซาแบบสาธารณะ ๒ ครั้ง คือสำหรับบรรดาคริสตชนคาทอลิกทั่วประเทศ และอีกครั้งเป็นพิเศษสำหรับบรรดาเยาวชน

          สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส พระประมุขพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก และพระประมุขแห่งนครรัฐวาติกัน ทรงเป็นพระสันตะปาปา ลำดับที่ ๒๖๖ มีพระนามเดิมว่า ฮอร์เก มาริโอ แบร์โกลิโอ ประสูติเมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ค.ศ. ๑๙๓๖ (พ.ศ. ๒๔๗๙) ที่กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ทรงสำเร็จการศึกษาปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเคมี จากมหาวิทยาลัยบัวโนสไอเรส และประกาศนียบัตรสาขาวิชาปรัชญา จาก ColegioMáximo San José ทรงเป็นอาจารย์วิชาวรรณกรรมและจิตวิทยาที่ Colegio de la Inmaculadaและ Colegio del Salvador ทรงศึกษาวิชาเทววิทยา(theology) และถวายพระองค์เป็นนักบวชบาทหลวงในคณะแห่งพระเยซูเจ้า (เยสุอิต) จากนั้น ทรงดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ทางเทววิทยา โดยทรงสอนที่มหาวิทยาลัย Facultades de Filosofía y Teología de San Miguel

          สำหรับตำแหน่งสำคัญทางศาสนาก่อนได้รับเลือกขึ้นเป็นพระสันตะปาปา พระองค์ทรงได้รับแต่งตั้งจากนักบุญยอห์นปอล ที่ ๒ พระสันตะปาปา ให้ดำรงตำแหน่งอาร์ชบิชอปแห่งเขตศาสนปกครองกรุงบัวโนสไอเรส และต่อมาได้รับการสถาปนาสมณศักดิ์ขึ้นเป็นพระคาร์ดินัล เมื่อปี ค.ศ. ๒๐๐๑ (พ.ศ. ๒๕๔๔)  เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า ระหว่างที่ทรงดำรงตำแหน่งอาร์ชบิชอปแห่งกรุงบัวโนสไอเรสนั้น พระองค์ทรงดำรงชีวิตแบบสมถะ เช่น มักเดินทางโดยใช้รถประจำทาง หรือรถไฟฟ้าใต้ดินเพื่อไปปฏิบัติศาสนกิจและเยี่ยมเยียนคนยากจน ทรงประทับอยู่ในห้องชุดเรียบง่าย ทำอาหารด้วยพระองค์เอง  ชาวบัวโนสไอเรสโดยทั่วไปรู้จักพระองค์ในนามของ “คุณพ่อฮอร์เก” ต่อมา ภายหลังที่สมเด็จพระสันตะปาปากิตติคุณเบเนดิกต์ที่ ๑๖ ทรงสละสมณศักดิ์ เมื่อ ค.ศ. ๒๐๑๓ (พ.ศ. ๒๕๕๖) จึงทรงได้รับเลือกตั้งจากคณะพระคาร์ดินัล ในการประชุม “คอนเคล็ฟ(conclave)” ให้ดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาสืบแทนนักบุญเปโตร หรือเซนต์ปีเตอร์เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคมค.ศ. ๒๐๑๓ (พ.ศ. ๒๕๕๖) ทรงเลือกใช้พระนามว่า “Franciscus” ในภาษาละติน หรือ “Francis”  ในภาษาอังกฤษซึ่งมาจากนามของนักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซี ผู้ก่อตั้งคณะนักบวชฟรังซิสกัน ผู้ถือความยากจน สนใจและเอาใจใส่ผู้ด้อยโอกาส ส่งเสริมสันติภาพ และรักษ์สิ่งแวดล้อม

          พระสันตะปาปา คือ ผู้สืบทอดตำแหน่งของนักบุญเปโตร (เซนต์ปีเตอร์) ที่ได้รับอำนาจสืบทอดมาจากพระเยซูคริสตเจ้า ทรงเป็นผู้แทนของพระเยซูคริสตเจ้าบนโลกนี้ นอกนั้นยังถือว่าพระสันตะปาปาคือ บิชอปแห่งกรุงโรม

          ตำแหน่งสมเด็จพระสันตะปาปานั้น มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานประมาณสองพันปี โดยเริ่มต้นขึ้นเมื่อพระเยซูคริสตเจ้าได้ทรงแต่งตั้งให้นักบุญเปโตร อัครสาวก เป็นผู้นำของบรรดาอัครสาวก จึงถือว่านักบุญเปโตรเป็นพระสันตะปาปาพระองค์แรก และมีผู้สืบตำแหน่งจากนักบุญเปโตรเป็นลำดับมาจนถึงปัจจุบันทั้งนี้ พระสันตะปาปายังถือว่าเป็นผู้แทนของพระเยซูคริสตเจ้าในโลก ตามความเชื่อของศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก อีกทั้งทรงดำรงตำแหน่งประมุขแห่งสันตะสำนักและนครรัฐวาติกัน อันเป็นศูนย์กลางการบริหารพันธกิจของพระศาสนจักรโรมันคาทอลิกทั่วโลกอีกด้วย

          สำหรับศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกในประเทศไทย ปรากฏหลักฐานว่ามิชชันนารีคณะโดมินิกันได้เข้าสู่ประเทศไทยสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๕๑๑ และได้ตั้งรากฐานอย่างมั่นคงถาวร เมื่อสมเด็จพระสันตะปาปาเคลเมนต์ที่ ๙ ทรงสถาปนามิสซังสยามขึ้น (Apostolic Vicariate of Siam) เมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ค.ศ. ๑๖๖๙ (พ.ศ. ๒๒๑๒) มิชชันนารีและศาสนิกชนคาทอลิกได้นำวิทยาการจากตะวันตกมาช่วยเสริมในการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ อีกทั้งยังประกอบกิจเมตตาสาธารณกุศลแก่ประชาชนโดยทั่วไป ทั้งนี้ คริสตศาสนิกชนยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระมหากษัตริย์มาตลอดระยะเวลาอันยาวนานโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากราชวงศ์จักรี ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์

การเยือนระหว่างประมุขแห่งรัฐระหว่างราชอาณาจักรไทยและสันตะสำนักแห่งนครรัฐวาติกันนั้น มีขึ้นครั้งแรกเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ ๑๓ ระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินทวีปยุโรป เมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ค.ศ. ๑๘๙๗ (พ.ศ. ๒๔๔๐)  พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๗ เสด็จพระราชดำเนินมาเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาปีโอที่ ๑๑ เมื่อวันที่ ๒๑ มีนาคม ค.ศ. ๑๙๓๔ (พ.ศ. ๒๔๗๗) พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินมาเข้าเฝ้านักบุญยอห์นที่ ๒๓ พระสันตะปาปา เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ค.ศ. ๑๙๖๐ (พ.ศ. ๒๕๐๓)

ด้านความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทย และสันตะสำนักแห่งนครรัฐวาติกันนั้น การติดต่อทางพระราชไมตรีระหว่างพระมหากษัตริย์สยาม และสมเด็จพระสันตะปาปาแห่งวาติกันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นต้นมาจนถึงปี ค.ศ. ๑๙๖๙ นักบุญเปาโลที่ ๖ พระสันตะปาปาจึงทรงสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทย และสันตะสำนักแห่งนครรัฐวาติกันในระดับเอกอัครราชทูต ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย – วาติกันจึงได้กระชับแน่นแฟ้นขึ้นจนถึงปัจจุบัน

          สำหรับการเสด็จเยือนประเทศไทยของสมเด็จพระสันตะปาปานั้น เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. ๑๙๘๔ (พ.ศ. ๒๕๒๗) นักบุญยอห์นปอล ที่ ๒พระสันตะปาปา เสด็จเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะพระราชอาคันตุกะ ระหว่างวันที่ ๑๐ – ๑๑ พฤษภาคม ค.ศ. ๑๙๘๔/ พ.ศ. ๒๕๒๗

          ในการเสด็จเยือนประเทศไทยในครั้งนี้ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสจะทรงประกอบศาสนกิจ อีกทั้งทรงเยี่ยมเยียนคริสตชนในประเทศไทยเป็นระยะเวลา ๔วัน ระหว่างวันที่ ๒๐ – ๒๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๒ ก่อนที่จะเสด็จต่อไปเยือนประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ ๒๓ – ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยจะเสด็จเยือนกรุงโตเกียว เมืองนางาซากิ และเมืองฮิโรชิมา ทั้งนี้ กำหนดการต่างๆ ของการเสด็จเยือนโดยละเอียดจะประกาศให้ทราบต่อไป

          ปัจจุบัน ประเทศไทยมีประชากรคาทอลิกจำนวน ๓๘๘,๔๖๘ คน จากประชากร
ทั้งประเทศจำนวนทั้งสิ้น ๖๙  ล้านคน และมี ๑๑ เขตศาสนปกครอง (มิสซัง)

คู่มืออบรม ศิษย์พระคริสต์ ศิษย์ธรรมทูต

บทเทศน์เดือนตุลาคม 2019

บทเทศน์เดือนตุลาคม 2019

แผ่นพับ เดือนตุลาคม 2019

ดาวน์โหลดแผ่นพับประชัมสัมพันธ์ เดือนตุลาคม 2019 เป็น “เดือนพิเศษเพื่อการประกาศพระวรสารสู่ปวงชน”

คู่มืออบรมปี 2018-2019

เอกสาร 350 ปีมิสซังสยาม

 350 ปีแห่งการสถาปนา มิสซังสยาม (ค.ศ.1669-2019)

ดาวน์โหลดกฤษฎีกาฯ2015

ดาวน์โหลดกฤษฎีกาสมัชชาใหญ่ ของพระศาสนจักรคาทอลิก ในประเทศไทย คริสตศักราช 2015

150 ปี เปาลีน จารีโค

150 ปี มารีย์ เปาลีน จารีโค

ยุวธรรมทูต BKK

ยุวธรรมทูต BKK

page ยุวธรรมทูตกรุงเทพฯ

page ยุวธรรมทูตสังฆมณฑลอุดรธานี

page แผนกงานธรรมทูตฯจันทบุรี

page ธรรมทูตอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง

page ยุวธรรมทูตสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี

page ธรรมทูตนิรมล จันทบุรี