Get Adobe Flash player

VIDEO UFFICIALE EMMOCT2019

350 Years of Gospel in Thailand

Pope Francis about the PMS

EMMOCT2019

 EXTRAORDINARY MISSIONARY MONTH OCTOBER 2019

Maximum Illud

สมณลิขิตเตือนใจ Maximum Illud

LINKS

http://www.catholicmission.org.au/http://www.missionsocieties.ca/www.pms-phil.orgwww.missio.org.mthttp://www.obrasmisionalespontificias.es/คณะธรรมทูตไทย

สถิติการเยี่ยมชม

09030972
Today
Yesterday
This Week
This Month
All days
3545
4621
3545
139581
9030972
Your IP: 3.237.67.179
2020-11-29 06:14

สรุปสารวันอาทิตย์แพร่ธรรมสากลของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ประจำปี 2013
“ความเชื่อต้องได้รับการแบ่งปันออกไป”
วันอาทิตย์แพร่ธรรมสากล 2013

 
   ในสารวันอาทิตย์แพร่ธรรมสากล สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสได้ทรงเขียนเรื่องความเชื่อในพระคริสตเจ้าว่า “ความเชื่อเป็นพระพรที่ไม่ได้สงวนไว้สำหรับคนไม่กี่คน แต่ต้องมอบออกไปด้วยความใจกว้าง ทุกคนควรได้รับประสบการณ์ของความชื่นชมยินดีในการได้รับความรักจากพระเจ้า ความชื่นชมยินดีแห่งการช่วยให้รอดพ้น” ทรงเขียนว่า “ความเชื่อเป็นพระพรที่ไม่มีผู้ใดสามารถเก็บไว้สำหรับตนเองแต่เพียงผู้เดียว แต่ต้องได้รับการแบ่งปันออกไป ถ้าเราต้องการเก็บไว้สำหรับเราเองแต่เพียงผู้เดียว เราจะกลายเป็นคริสตชนที่โดดเดี่ยว เป็นหมัน และป่วย”


 
        วันอาทิตย์แพร่ธรรมสากลในปีนี้ ตรงกับวันที่ 20 ตุลาคม 2013 สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ทรงมอบสารวันอาทิตย์แพร่ธรรมสากลให้ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2013 ซึ่งเป็นวัน “สมโภชพระจิตเจ้า” และสำนักวาติกันตีพิมพ์เมื่อ วันที่ 6 สิงหาคม 2013
 
         สมเด็จพระสันตะปาปาทรงเน้นย้ำว่า การเผยแพร่ความเชื่อเป็นหน้าที่ที่จำเป็นที่คริสตชนทุกคนต้องกระทำ “สังคายนาวาติกันที่สอง ได้เน้นถึงลักษณะพิเศษของงานธรรมทูตว่า การขยายขอบเขตของความเชื่อเป็นของทุกคนที่ได้รับศีลล้างบาป เป็นของชุมชนคริสตชนทุกแห่ง”
 
          พระองค์ยังทรงกล่าวอีกว่า “ บ่อยครั้งที่งานการประกาศข่าวดีมักจะพบกับอุปสรรคต่างๆ ไม่เพียงแต่อุปสรรคภายนอกเท่านั้น แต่จากภายในชุมชนพระศาสนจักรเองด้วย” “บางครั้งขาดความร้อนรน ความยินดี ความกล้า และความหวังในการประกาศสารของพระคริสตเจ้าให้กับทุกคน และในการให้ความช่วยเหลือกับผู้คนในสมัยของเราให้ได้พบปะกับพระองค์” พระองค์ทรงให้ความหนักแน่นกับความต้องการพลังในงานแพร่ธรรม อย่างไรก็ตาม พระองค์ทรงยืนยันว่า การประกาศข่าวดีไม่ควรใช้แรงกดดันหรือการบังคับ
 
            การประกาศข่าวดีเป็นงานของพระศาสนจักรที่ต้องอาศัยความร่วมมือกัน สมเด็จพระสันตะปาปาตรัสอีกว่า “การประกาศข่าวดีไม่ใช่กิจการที่โดดเดี่ยวของแต่ละบุคคลหรือส่วนบุคคล แต่เป็นของพระศาสนจักรเสมอ”
 
            สารของสมเด็จพระสันตะปาปายังได้ให้คำอธิบายอย่างง่ายๆถึงความต้องการใน “การประกาศข่าวดีขึ้นใหม่” ว่า “มากยิ่งกว่านั้นอีก ในพื้นที่ขนาดใหญ่ที่เป็นภูมิภาคของธรรมประเพณีคริสตชน จำนวนของคนแปลกหน้าทางความเชื่อ หรือผู้ไม่แยแสในมิติทางศาสนา หรือความเคลื่อนไหวของผู้มีความเชื่ออื่นๆมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น บ่อยครั้งที่ผู้ได้รับศีลล้างบาปแล้วเลือกวิถีการดำเนินชีวิตที่นำพวกเขาให้ออกห่างจากความเชื่อ จึงทำให้พวกเขาต้องการ “การประกาศข่าวดีขึ้นใหม่”
 
            ในขณะที่ “การประกาศข่าวดีขึ้นใหม่” นั้น ดำเนินไปในพื้นที่ที่ครั้งหนึ่งมีคาทอลิกอยู่เป็นจำนวนมาก สมเด็จพระสันตะปาปาทรงเตือนเราอีกด้วยว่า ยังมีส่วนต่างๆอีกมากมายในโลกที่ยังไม่เคยได้ยินสารของข่าวดีของพระเจ้า พวกเขาก็เช่นเดียวกันที่ต้องการการประกาศข่าวดี เช่นเดียวกับ “พระศาสนจักรที่ยังเยาว์” ที่ซึ่งความเชื่อพึ่งจะหยั่งรากลงไปไม่นานนัก
 
            สมเด็จพระสันตะปาปายังทรงให้ข้อสังเกตในหลายๆกรณีว่า “พระศาสนจักรที่ยังเยาว์เหล่านี้ก็ต้องมีส่วนร่วมอย่างไม่เห็นแก่ตัวในการส่งธรรมทูตไปยังพระศาสนจักรที่อยู่ในความยากลำบาก ซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนักกับพระศาสนจักรที่เป็นคริสตชนดั้งเดิม... และให้นำความสดใหม่และความกระตือรือร้นไปสู่ชีวิตความเชื่อของพวกเขา”
 
           ก่อนจบสารวันอาทิตย์แพร่ธรรมสากล สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสได้ทรงนำเราให้มุ่งความสนใจไปยังบรรดาพี่น้องคริสตชนผู้มีชีวิตอยู่ในสังคมที่ถูกจำกัดในเรื่องของเสรีภาพในการนับถือศาสนา และบ่อยครั้งต้องได้รับความทุกข์ยากเพราะความเชื่อของพวกเขา “พวกเขาเป็นพี่น้องชาย-หญิงของเรา เป็นประจักษ์พยานที่กล้าหาญ... แม้กระทั่งมีมรณสักขีมากขึ้นกว่าในศตวรรษแรกๆ... เป็นผู้ที่อดทนในการทำงานแพร่ธรรมกับรูปแบบต่างๆของการถูกเบียดเบียนในปัจจุบัน”
 
ประโยคสำคัญจากสารวันวันอาทิตย์แพร่ธรรมสากล 2013
 
            • “ความเชื่อเป็นพระพรอันประเสริฐของพระเจ้า ซึ่งเปิดจิตใจของเราให้รู้จัก และรักพระองค์ พระองค์ทรงปรารถนาที่จะเข้าสู่ความสัมพันธ์กับเรา และทรงยอมให้เรามีส่วนร่วมในชีวิตของพระองค์เพื่อที่จะทำให้ชีวิตของเรามีความหมายมากขึ้น ดีขึ้น และงดงามมากขึ้น พระเจ้าทรงรักเรา”
 
            • “ความเชื่อเป็นพระพรที่ไม่ได้สงวนไว้สำหรับคนไม่กี่คน แต่ต้องมอบออกไปด้วยความใจกว้าง ทุกคนควรได้รับประสบการณ์ของความชื่นชมยินดีในการได้รับความรักจากพระเจ้า ความชื่นชมยินดีแห่งการช่วยให้รอดพ้น ความเชื่อเป็นพระพรที่ไม่มีผู้ใดสามารถเก็บไว้สำหรับตนเองแต่เพียงผู้เดียว แต่ต้องได้รับการแบ่งปันออกไป”
 
              • “จำเป็นที่จะต้องประกาศข่าวดีของพระคริสตเจ้าด้วยความกล้าหาญในความเป็นจริงทั้งหมด ซึ่งเป็นสารแห่งความหวัง การคืนดี ความเป็นหนึ่งเดียวกัน และการประกาศความใกล้ชิดของพระเจ้า ของพระเมตตาของพระองค์ และการช่วยให้รอดพ้นของพระองค์ ประกาศว่าอำนาจความรักของพระเจ้าสามารถเอาชนะความมืดของความชั่วร้าย และนำเราไปสู่หนทางแห่งคุณความดี มนุษยชาติในสมัยของเรามีความต้องการความสว่างที่เชื่อถือได้เพื่อส่องสว่างหนทางแห่งความเชื่อ และเฉพาะในการพบปะกับพระคริสตเจ้าเท่านั้นที่สามารถให้ได้ ให้เรานำไปให้โลก โดยผ่านทางการเป็นประจักษ์พยานของเรา ด้วยความรัก ความเชื่อที่ให้ความหวัง”

คู่มืออบรม ศิษย์พระคริสต์ ศิษย์ธรรมทูต

บทเทศน์เดือนตุลาคม 2019

บทเทศน์เดือนตุลาคม 2019

แผ่นพับ เดือนตุลาคม 2019

ดาวน์โหลดแผ่นพับประชัมสัมพันธ์ เดือนตุลาคม 2019 เป็น “เดือนพิเศษเพื่อการประกาศพระวรสารสู่ปวงชน”

คู่มืออบรมปี 2018-2019

เอกสาร 350 ปีมิสซังสยาม

 350 ปีแห่งการสถาปนา มิสซังสยาม (ค.ศ.1669-2019)

ดาวน์โหลดกฤษฎีกาฯ2015

ดาวน์โหลดกฤษฎีกาสมัชชาใหญ่ ของพระศาสนจักรคาทอลิก ในประเทศไทย คริสตศักราช 2015

150 ปี เปาลีน จารีโค

150 ปี มารีย์ เปาลีน จารีโค

ยุวธรรมทูต BKK

ยุวธรรมทูต BKK

page ยุวธรรมทูตกรุงเทพฯ

page ยุวธรรมทูตสังฆมณฑลอุดรธานี

page แผนกงานธรรมทูตฯจันทบุรี

page ธรรมทูตอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง

page ยุวธรรมทูตสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี

page ธรรมทูตนิรมล จันทบุรี